ความรู้สึกผิดที่ติดค้างอยู่ในใจมานานค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น
ในวันที่เราอ่อนแอลง
สิ่งที่เคยคิดว่าเลือกถูก กลับผิด
ส่วนสิ่งที่คิดว่าผิด กลับไม่ได้เป็นแบบนั้น
เราเคยเปลี่ยนรูมเมทเพียงเพราะไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง
เปลี่ยนด้วยเหตุผลง่ายๆที่คิดว่า
ไม่ใช่เรื่องดีเลย ที่ทำให้เธอต้องรอไปกินข้าวเช้าด้วยกันทุกๆวัน
เธอเป็นโรคกระเพาะ ส่วนเราเป็นมนุษย์ตื่นสาย
ไม่แปลกที่เธอต้องบ่นแกมน้อยใจอยู่บ่อยๆ
"รู้งี้ไปกินคนเดียวกว่า/ต่อไปไม่รอแล้วนะ/เบื่อจะรอ/ทนไม่ไหวละนะ/"
เราได้ยินคำพูดทำนองนี้เกือบทุกวัน
แต่เชื่อไหมแม้พูดว่าไม่รอ แต่เธอก็ไม่เคยทิ้งจริงๆสักที...
จำได้ว่ามีอยู่วันหนึ่ง เธอตื่นแต่เช้า รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วหายออกไปจากห้อง
แต่เมื่อกลับมา....ในมือข้างหนึ่งถือห่อข้าวกลับมาด้วย แล้วบอกกับเราว่า
"ขอโทษนะ พอดีหิวมาก เลยไปกินก่อน เห็นว่าไม่ได้ไปกินพร้อมกัน เลยซื้อมาให้ซะเลย"
ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่ได้ซึ้ง ไม่ได้เห็นคุณค่า ไม่ได้เอ่ยคำขอบคุณ
หลังจากที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน
ทั้งที่เห็นหน้ากันตลอด เรียนเหมือนกันแทบทุกวิชา
แต่ก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยสารทุกข์สุขดิบกัน
ทุกวันได้แต่เพียง ส่งเสียงแซวกันเล่น...ไม่เคยถามความเป็นไปอย่างอื่น
จนวันหนึ่ง...เเห็นเธอนั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียวที่โต๊ะหน้าห้องเรียน
เลยเดินเข้าไปถาม....
"เป็นไงบ้าง"
เป็นคำถามเรียบๆง่ายๆที่คนทั่วไปใช้ถามกัน พอเป็นพิธี
หลายคนเมื่อเอ่ยคำถามนี้ออกไปแล้ว แทบไม่ต้องการคำตอบด้วยซ้ำ...
และเราก็คงจัดอยู่ในกลุ่มนี้
"เหงาว่ะ กินข้าวคนเดียวมาเทอมนึงแล้ว"
เมื่อได้ยินคำตอบ เราไม่ได้ถามต่อว่าทำไม แต่มันติดค้างอยู่ในใจ
และมีความสำคัญมากพอที่ทำให้ต้องเก็บมาคิด
ในวันที่รอบๆตัว เต็มไปด้วยคนที่โหยหาโอกาสจนต้องทำลายคนอื่นไปทีละคนทีละคน
คนที่เห็นแก่ตัว คนที่ไม่เคยใส่ใจคนรอบข้าง
แล้วเรานึกถึงประโยคนี้
"ขอโทษนะ พอดีหิวมาก เลยไปกินก่อน เห็นว่าไม่ได้ไปกินพร้อมกัน เลยซื้อมาให้ซะเลย"
ไม่รู้ว่าเป็นอะไร มันรู้สึกผิดทุกที!!
edit @ 13 Sep 2009 10:31:13 by NICs Gallery