"ปัญหา"

posted on 02 Jul 2010 21:28 by nics-gallery in memorylane

มิถุนายนหมุนผ่านไป ผลักกรกฏาคมเข้าแทนที่
เดือนใหม่มาพร้อมกับสายฝนและความชิ้นแฉะที่ฉันไม่ชอบใจนัก มันทำให้ไม่อยากย่างเท้าไปที่ไหนๆ
แต่ด้วยหน้าที่ ฉันจำต้องเดินทางทั้งที่ไม่เต็มใจเท่าไหร่
ที่ๆ ไปไม่ใช่ที่ไหนไกล เป็นชุมชนเล็กๆ เรียกกันว่าชุมชนสะพานสูง ตั้งอยู่หลังหอพักของมหา'ลัยนี่เอง
หากแต่ที่นี่...คล้ายจะเป็นเมืองลับแลในความรู้สึกก็ว่าได้
อยู่มาเกือบ4 ปี ไม่เคยคิดย่างกลายเข้าไปเลยสักครั้ง
ไมรู้เป็นเพราะประตูรั้วแคบๆ นั่นหรือเปล่า...มันมักทำให้รู้สึกว่า ถ้าก้าวพ้นออกไปเมื่อไหร่โลกอาจจะเปลี่ยนไปทันที จนกระทั่งอาจเป็นเพราะที่ผ่านมามักนึกกลัว มองนั่นนี่เป็นปัญหาอยู่เรื่อย
...

"ก็น่าอยู่ดีนี่" เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นตอนที่พวกเรากำลังเดินอยู่บนสะพานเหมือนคณะทัวร์ลูกเป็ด

อันที่จริงฉันก็คิดอย่างนั้น มองลงไปจากบนสะพาน เห็นภาพเบื้องล่างสวยดี
เห็นบ้าน เห็นผู้คน เห็นเด็กเล็กๆ หมาสองสามตัววิ่งไล่กัน เห็นพ่อค้าแม่ขายทักทายลูกค้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ทว่าเมื่อเดินลงไปด้านล่าง ภาพที่เห็นก่อนหน้าค่อยๆ ขยายชัดขึ้น
ปัญหาต่างๆ ซุกตัวอยู่ใต้สะพานสูงลิบ ที่พวกเรายืนอยู่เมื่อสักครู่

มีบ้านมากมายที่ไม่เหมือนบ้าน...สังกะสีที่เอามากั้นทำเป็นผนัง(จำเป็น) บางแผ่นผุเป็นรู สนิมเขรอะ
บ้านบางหลังขยะกองสุมอยู่รอบบ้าน มีทั้งเศษเหล็ก เศษถุงพลาสติก และอีกสารพัดอย่างที่ทำให้ฉันจินตนาการเตลิดไปว่า ถ้ากองของพวกนี้เป็นกองขยะเหมือนในหนังสงคราม...เห็นทีถ้าลองคุ้ยดู คงต้องเจอชิ้นส่วนมนุษย์เข้าสักกอง!!!
ที่แย่กว่านั้น บ้านหลายหลังที่ยกใต้ถุนสูง หน้าฝนแบบนี้มีน้ำท่วมขังเกือบทั้งหมด
มีหลังหนึ่งน้ำขังค่อนข้างมาก แทบจะกลายเป็นบ้านกลางน้ำ แต่เป็นบ้านกลางน้ำที่ทัศนียภาพไม่ดีนัก
น้ำที่เห็นเป็นสีเขียวคร่ำ นอกจากจะมีโอ่งน้ำสองสามใบโผล่ให้เห็นแล้ว ยังมีขยะลอยอยู่เกือบทุกที่...
ที่สำคัญเขาใช้น้ำนี้สำหรับอาบ ล้างจาน และซักเสื้อผ้าไปด้วย!!!
พวกเรานั่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ด้วยไม่รู้จะเข้าไปไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบเขายังไง บ้านเขาไม่มีสะพานทอดเข้าไป
สันนิษฐานว่ายามที่มีแขกไปใครมา ต้องลุยน้ำวิธีเดียวเท่านั้น
เมื่อหาวิธีเข้าไปคุยกับเขาไม่ได้ อีกทั้งเจ้าบ้านดูไม่ไว้วางใจพวกเรา การเรียกให้ออกมาคุยด้วยกันคงเป็นเรื่องยาก...ทำให้ผู้มาเยือนในฐานะนักข่าวมือใหม่อย่างพวกเราต้องตัดใจ



...
ก่อนกลับฉันและเพื่อนๆ หาอะไรกินกันที่นั่น
ระหว่างนั่งกิน หมาตัวหนึ่งเดินมานั่งแผละอยู่ข้างๆ เท้าฉัน มันแกว่งหางสีดำขลับไปมา พร้อมส่งสายตาอย่างมีความหวัง
ปกติแล้ว ฉันกลัวหมามาก...แต่วันนี้กลับรู้สึกเฉยๆ ในใจคิดเพียงว่าต่อไปนี้มันต่างหากที่ต้องกลัวฉันบ้าง
ปัญหาก็เหมือนกัน ฉันยอมเป็นฝ่ายกลัวมันมานานมาก ต่อไปนี้ไม่มีอะไรจะต้องกลัว
ผู้คนมากมายทั้งผู้ใหญ่ ไปจนถึงเด็กตัวเล็กๆ ที่พบเจอในวันนี้ 
หลายคนต้องต่อสู้กับปัญหามากกว่าฉันเป็นไหนๆ
ถ้ามัวแต่กลัว ก็คงต้องกลัวกันไปตลอดชีวิต...เพราะปัญหาเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่หรือ???

...
ทันที่ที่คนสุดท้ายในกลุ่มวางช้อนลง พวกเราลุกขึ้นเตรียมพร้อมเดินกลับเข้าไปในมหา'ลัย
ฉันก้มมองหมาตัวเดิมที่นอนอยู่ใต้โต๊ะ

"แววตามันเปลี่ยนไปแล้ว"

_______________________________________________________________________

สรรพสิ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรอก เป็นตัวเราต่างหากที่เปลี่ยนไป >> Walden โดย เฮนรี่ เดวิด ธอโร

Story by : นิคส์เอง

edit @ 9 Aug 2010 11:12:32 by NICs Gallery

Comment

Comment:

Tweet

#10 By พี่ฝน (182.52.162.36) on 2011-04-15 15:01

#sofa : big smile
#XEGEF : "โชคดี" ชอบคำนี้จริงๆค่ะ
#นท :ใช่ค่ะ ไม่ว่าจะยังไง ก็ Life goes on เนอะ
#คุณแทน : เห็นด้วยค่ะ
#คุณทิว : เห็นด้วยค่ะ บางทีการที่เรามองเขาว่าน่าสงสาร เขากลับมองว่าตัวเองโชคดีมากแล้วก็ได้ ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนจริงๆ
#Oh-o : ขอบคุณค่ะbig smile
#Panyisa : เพื่อนน่าจะจำผิดคนแล้วล่ะมั้งเนี่ยangry smile

#9 By NICs Gallery on 2010-07-27 21:15

เขียนน่าอ่านอีกแล้ว double wink

ก็จริงนะ ปัญหาที่เราพบเจอ ถ้าลองไปเทียบกับคนอีกหลาย

ล้านคนบนโลกนี้ ปัญหาที่เราคิดว่ามันใหญ่โตนักหนา

มันอาจดูเล็กน้อยจนแทบจะดูไม่เป็นปัญหาไปเลยก็ได้ surprised smile Hot!

#7 By on 2010-07-06 21:48


ชีวิต ชีวา
อยู่ที่ว่า
เราเห็นมัน
อย่างไร

big smile Hot!

#6 By ทิว แอด ไฟน์ on 2010-07-04 15:43

ฉะนั้นควรหันใจให้หันกลับมามองรอบข้างด้วยใจดวงเดิมนั่นแหละopen-mounthed smile

#5 By แทณนี่แหละ on 2010-07-04 07:44

ก็นะ ชีวิตยังคงดำเนินไป....

#4 By Untitled_666 on 2010-07-04 02:02

ใช่ค่ะ คุณ XEGXEF คนที่ลำบากกว่าเรามีอีกเยอะมาก

#3 By NICs Gallery on 2010-07-04 01:28

อืม คนมันลำบากเยอะจริงๆเนอะ
เรานี่ช่างเกิดมาโชคดี

#2 By XEGXEF on 2010-07-04 01:09

big smile

#1 By sofa on 2010-07-03 18:53