A Beautiful Mind

posted on 16 Dec 2009 10:24 by nics-gallery in Reason

 

 

           เมื่อสองสามวันก่อน ฉันได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง จากคำแนะนำของเพื่อนซึ่งเรียนอยู่คณะเศรษฐศาสตร์ เธอกรอกเสียงมาในโทรศัพท์ว่า "A Beautiful Mind" เป็นหนังสือที่ดีมาก พร้อมย้ำตอนจะบอกลาว่า "ต้องไปหามาอ่านให้ได้นะ"  

          ทันทีที่ได้ยินชื่อหนังสือ ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนัก ด้วย “A Beautiful Mind” เคยผ่านตาฉันมาแล้วครั้งหนึ่ง คราวที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ราวห้าหกปีที่แล้ว  

          ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเกี่ยวกับชีวิตของนักคณิตศาสตร์รางวัลโนเบล(สาขาเศรษฐศาสตร์) ศาสตราจารย์ จอห์น ฟอบ แนช จูเนียร์  ซึ่งเข้าข่ายเป็นอัจฉริยะบุคคลนี่ไม่ใช่คำที่ทักทึกทักพูดเอาเองแต่อย่างใดเพราะ ขนาดศาสตราจารย์ที่เคยสอนเขาก็เชื่อมั่นในเรื่อง นี้จนถึงขั้นเขียนหนังสือส่งตัวเขาไปเรียนต่อระดับปริญญาเอก ด้วยข้อความที่แทบจะสั้นที่สุดในโลกว่า “This man is genius”  

          ไม่เพียงแค่ข้อความ "This man is genius" เท่านั้น ที่ทำให้ใครหลายคนทึ่งในตัวเขา หากแต่เขายังเรียนจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยพริ๊นตันขณะที่อายุ 22 ปีเท่านั้น เขาได้เป็นอาจารย์สอนในสถาบันอันทรงเกียรติอย่างเอ็มไอที เป็นเจ้าของทฤษฏีเกม ทฤษฎีที่ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกต้องติดปากกับคำว่า "สมดุลของแนช" ทั้งยังมีคู่ชีวิตที่สวยจัดจนผู้ชายหลายคนต้องอิจฉา อย่างอลิเชีย ลาร์ด!!!  

          เมื่อได้รับรู้ด้านดี ที่เกือบจะถึงขั้นดีพร้อม ของจอห์น แนช ในข้างต้น เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะจินตนาการเห็นข้อเสียในชีวิตของเขา

          หากแต่ ตราบเท่าที่โลกยังมีความสมดุลเป็นองค์ประกอบ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีข้อเสียเกิดขึ้นเลย ในชีวิตของนักคณิตศาสตร์ผู้นี้ และดูเหมือนหลักแห่งความสมดุลที่แนชเองก็น่าจะเข้าใจเป็นอย่างดีนี้ ได้ทำหน้าที่ของมันจนแทบจะกล่าวได้ว่า "สมบูรณ์แบบ"  

หลังจากที่แนช เริ่มโด่งดังจากการเป็นเจ้าของทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ เขาก็เริ่มถูกคุกคามด้วยโรคประสาทหลอน  แยกแยะไม่ได้ระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและโลกของตัวเอง มักหวาดระแวงว่าจะมีคนมาทำร้าย กระทั่งเชื่อว่าตนถูกมนุษย์ต่างดาวส่งมากอบกู้โลก(ไม่รู้ว่าสิ่งนี้เป็นแนวคิดให้กับผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง The day The Earth Stood Still หรือเปล่านะคะ) นานเข้าอาการกำเริบหนักจนถูกส่งเข้าโรงพยาบาลประสาทหลายครั้ง ชีวิตเขาตกต่ำมากถูกปลดจากการเป็นอาจารย์ และเกือบจะเป็นคนเร่ร่อน เดินเตร่ไปที่ไหนก็มีแต่คนล้อเลียนท่าทางแปลกๆที่เขาแสดงออกไป

 

 

            คนจำนวนไม่น้อยมองว่าความอัจริยะในตัวเขาถูกโรคที่แสนจะน่ากลัวนี้ฆ่าตายไปแล้ว!!! 

          ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่า...นี่แหละคือ "สมดุลของแนช" อย่างแท้จริง  

          ภายหลังอาการของเขาดีขึ้น แต่ไม่ใช่หายขาดจากอาการประสาทหลอน แนชยังคงมองเห็นทุกคนในโลกของเขา กลุ่มคนที่ไม่มีอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง เพียงแต่เขาเลือกที่จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนเหล่านั้น ทำเป็นไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เชื่อแทน ชีวิตของเขาจึงเสมือนกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง กลับมามีเหตุผลดังที่ควรจะเป็น....จนได้รับพิจารณาเข้าชิงรางวัลโนเบลประจำปี 1994 และได้รับรางวัลในที่สุด  

          ต้องยอมรับว่าเรื่องราวของจอห์น แนชที่อ่านมาจากหนังสือ ค่อนข้างละเอียดกว่าในภาพยนตร์ ทว่าเนื้อหาหลักก็ไม่แตกต่างกันมากนัก...ทั้งหนังสือและภาพยนตร์สามารถสื่อให้ฉันได้รับแง่คิดดีๆ จากผู้ชายหลายมิติ(ชื่อหนังสือในภาษาไทย)คนนี้ไม่ต่างกัน  

          ที่สำคัญคือ...ทำให้คิดได้ว่า คนบางคนเช่นแนช ต้องถูกธรรมชาติปรับสมดุลให้กับชีวิต เพราะเขาไม่มีโอกาสเลือก  

          ขณะที่มีคนอีกมากมายบนโลกนี้ที่สามารถปรับสมดุลให้กับตัวเองได้...เพียงแต่ไม่เลือกที่จะทำ หลายคนเกิน หลายคนขาด...บางครั้ง คนที่ขาดก็อยากก้าวกระโดดไปเป็นคนที่เกิน คนที่เกินอยู่แล้วก็อยากมีอะไรต่อมิอะไรเกินกว่าคนอื่นๆยิ่งขึ้นไปอีก...  

 

          สุดท้ายก็เป็นหน้าที่ของธรรมชาติอีกนั่นแหละ ในการปรับสมดุล เพื่อให้ทุกสิ่งอย่างเคลื่อนตัวกลับมายังจุดที่เรียกว่า ความพอดี 

          ... 

         สำหรับบางคน ดูเหมือนว่า คงต้องใช้เวลาอีกนานทีเดียว กว่าธรรมชาติจะสามารถปรับให้เขากลับไปอยู่ที่จุดๆนั้นได้ ทั้งนี้อาจไม่ใช่เพราะเขาเกินความพอดีไปไกลกว่าเพื่อนร่วมโลกคนอื่นๆ หากแต่อาจเป็นเพราะเขายังไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่า... ความพอดี คืออะไร  

 

ปวีณา บุญประดิษฐ์

16 ธันวาคม 2552

 

 _________________________________________________

*16 ธันวาคม 2552 อาจารย์ทอมพาเด็กเอกสิ่งพิมพ์ไปเลี้ยงยำที่ร้านยูป้า

...ของฟรีอิ่มดีจริงๆ ^_^   

"ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน"

* ภาพจาก http://gotoknow.org/file/chiew-buncha/book-The_Essential_John_Nash.gif

edit @ 19 Dec 2009 17:12:51 by NICs Gallery

Comment

Comment:

Tweet

ตั้งใจอ่านหนังสือนะจ้ะ
เป็นกำลังใจให้ big smile

#8 By - on 2009-12-19 20:30



ช่วงนี้ ผมรู้สึกตัวเองไม่สมดุลเลย ทำไงดีเนี่ย เฮ้อ

#7 By ทิว แอด ไฟน์ on 2009-12-18 23:44

นิกเหรอ
โอ๋เองนะ

ได้เรียนกับอาจารย์รุจน์แค่สองครั้งเอง เสียดาย อยากเรียนกับอาจารย์อีก (แต่ของานน้อยๆนะsad smile )

อาจารย์ทอมใจดีอ่ะ
ว่าแต่อาจารย์เอาเวลาว่างจากไหนพาเด็กไปเนี้ย embarrassed
แล้วไอ้ร้านยูป้ามันอยู่ตรงไหนหว่า ไม่รู้จัก embarrassed embarrassed

#6 By - on 2009-12-18 02:00

บทความในเอ็นทรีนี้ น่าติดตามดีครับ

ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปหมด นั่นคือความงดงามแห่งกฏของธรรมชาติ หาไม่แล้วโลกนี้ก็จะเต็มไปด้วยคนที่เหมือนๆกันหมด ทำอะไรเหมือนๆกันหมด น่าเบื่อชะมัดครับ

ธรรมชาติเป็นสิ่งที่งดงามครับ แต่ในเวลาเดียวกันนั้นก็ช่างแสนโหดร้าย สรุปได้ว่าแม้แต่ธรรมชาติเองก็ยังถูกตีกรอบด้วย ความพอดี เช่นกัน ตรงกับหลักธรรมของเต๋าทุกประการครับ

หลักธรรมของเต๋า ก็คือบทเพลงของไท ธนาวุฒิครับ ต้องสวยขนาดนั้น ต้องหวานขนาดนี้ อย่าสวยไปกว่านั้น อย่าหวานไปกว่านี้ สรุปว่า "พอดี" กับใจชั้นเลย ใช่เลย double wink

#5 By FurSeal on 2009-12-17 23:43

ตอนทำเป็นหนังก็เป็นหนังที่ดีจริงๆbig smile

#4 By XEGXEF on 2009-12-16 23:26

มากไปก็ไม่ดีconfused smile

#3 By wesong on 2009-12-16 19:24

เคยแต่ดูหนังค่ะbig smile

#2 By Meowzilla Zilla on 2009-12-16 16:30

ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้ครับ แต่เคยดูหนังแล้ว ดีมาก ๆ เลย..big smile big smile

#1 By kriangkrai on 2009-12-16 13:47