ร้าย-สาระ

posted on 21 May 2009 06:23 by nics-gallery

ตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือน ที่ต้องเรียนซัมเมอร์อยู่ที่มหา'ลัย

คงไม่มีเรื่องไหนที่ทำให้ฉันอยากกลับบ้าน

มากไปกว่า อาการป่วยของเพื่อนร่วมห้อง...

ความจริงแล้วมันอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย  ถ้าอาการไอทุกๆ 5 นาที...มีน้ำมูก...ตัวร้อน...ไข้

ขึ้นสูง(จากการสังเกต)

ไม่ได้สำแดงออกมา หลังจากที่เธอกลับมาจากญี่ปุ่นได้ยังไม่ถึง 1 วันเต็ม

วินาทีนั้น ฉันและเพื่อนคนอื่นๆ ได้แต่ภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองไม่ให้เธอติดเชื้อไข้หวัด-

ใหญ่ 2009 กลับมา

และพยายามบอกเจ้าตัวให้ไปหาหมอ เพราะโรงพยาบาลก็อยู่ในมหา'ลัย ไม่ได้ไกลลิบลับ จนเกิน

กำลังคนป่วยระดับนี้

ภายในหนึ่งวันได้บอกไปหลายครั้ง

บอกครั้งแรก.....ไม่ไป

บอกครั้งที่สอง.....ไม่ไป

บอกครั้งที่สาม.....ไม่ไป

เธอไม่ยอมไปหาหมอ พร้อมยืนยันหนักแน่นว่า เธอไม่เป็นแน่นอน แต่ที่เป็นหวัด ก็เพราะญี่ปุ่น

อากาศหนาวมาก ลูกเรือคนอื่นๆ ก็ไอกันแบบนี้ พร้อมทั้งบอกว่าที่ญี่ปุ่นยังไม่พบผู้ติดเชื้อ...ไม่ต้อง

ห่วง(55+)

เมื่อถามไปถึงระบบป้องกันความปลอดภัยของนาริตะ เธอก็บอกว่า ยังไม่ได้มีการตรวจที่เข้มงวด

เคร่งครัดอะไร เหมือนที่อเมริกา หรือเม็กซิโก ส่วนสนามบินบ้านเรามีให้เดินผ่านเครื่องสแกน....

(เอาเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดมาใช้แก้ขัดรึเปล่า?) แต่ไม่ถึงขั้นตรวจอุณหภูมิในหู หรือทำ Blood

test เป็นจริงเป็นจัง

ตกบ่ายเปิดดูข่าวช่อง BBC ญี่ปุ่นประกาศว่าพบครูและนักเรียนติดเชื้อแล้ว 3 คน พวกเราเลยร้อนใจ

มากกว่าเก่า เลยรวบรวมความกล้า บอกเพื่อนให้ไปหาหมออีกครั้ง

บอกครั้งที่สี่......คนที่บอก-ไปหาซะเอง

ฉันและเพื่อนคนอื่นๆที่กำลังเครียดกับการอ่านหนังสืออย่างหนัก เพราะลงเรียนวิชากฎหมาย มีแต่

ท่องๆ

เกิดอาการ "ย่อมเล็งเห็นผล" ว่าถ้าขืนไม่ป้องกันอะไรเลย อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ ในเมื่อเจ้าตัวไม่

ยอมไปหาหมอ พวกเราเลยไปหาซะเอง โดยจดรายการสิ่งที่ต้องการไปยื่นให้พยาบาลจัดให้เท่านั้น

เพราะพวกเรายังไม่ได้เป็นอะไร ยังสบายดีกันทุกคน

วันนั้น เราเลยได้ผ้าปิดจมูก  น้ำยาฆ่าเชื้อ (ประสิทธิภาพฆ่า H5N1ในห้องทดลองได้นาน 30

วินาทีเท่านั้น ส่วน H1N1??) แล้วก็ขอยาแก้หวัดที่จำเป็นมาเก็บไว้ จะได้ทันท่วงที เพราะต่างคน

ต่างไม่อยากเป็นโรคที่ยังไม่มียารักษา ทั้งยังไม่ยินดีเลยสักนิดที่จะลงเรียนวิชานี้อีกรอบ(ท่องเยอะ

มากๆ)

เมื่อกลับมาถึงก็เอายาและที่ปิดจมูกไปให้คนป่วย 1 ชุด และอธิบายแบบตรงไปตรงมา ให้เพื่อนฟัง

ว่าทำไมต้องทำแบบนี้ ซึ่งเธอก็เข้าใจสถานการณ์...

เราจึงเริ่มปฏิบัติการ ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ ซึ่งคาดว่ามีเปอร์เซ็น "ได้ผล" ต่ำมาก

แต่ก็ฉีดเพื่อความสบายใจ...(กลิ่นแรงมากๆ เหมือนกลิ่นในโรงพยาบาล)

วันถัดมาเพื่อนที่ป่วยอาการไม่ดีขึ้น คุณแม่เธอจึงมารับกลับบ้าน

จนวันสอบ ฉันก็ไม่ได้พบเธอ อาจเป็นเพราะสอบคนละห้องกัน

ฉันก็ได้แต่ขอให้เป็นอย่างนั้น

เพราะเราสอบคนละห้องกัน....ไม่ใช่เพราะเขามาสอบไม่ได้

ผ่านวันสอบไปแล้ว ฉันจึงโทรไปถามเธอว่าได้มาสอบรึเปล่า

ได้ความว่า มาสอบ...แต่มาทั้งที่ยังไม่หายป่วย

อื้มมมม!! ค่อยโล่งใจ อย่างน้อยก็ได้สอบเหมือนกัน

และเมื่อสอบเสร็จ มีโอกาสกลับไปอยู่บ้านราว 1 อาทิตย์

ทางภาคใต้ก็มีโรคชิคุนกุนยาระบาดอย่างหนัก คนพากันกลัวยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคนี้

ที่น่าสงสารที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นเด็กตัวเล็กๆที่ตกเป็นเหยื่อ

ทั้งที่ยังสะกด ชิ-คุน-กุน-ยา ยังไม่เป็นด้วยซ้ำ

โรคภัยไข้เจ็บต่างๆนาๆที่เกิดขึ้น

พาลให้ฉันนึกไปถึง คำทำนาย ที่เคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่ง ที่กล่าวไว้ว่า

"ต่อไป โลกจะเผยให้เห็นในสิ่งที่คนไม่เคยได้เห็น

และจะค่อยๆเก็บสิ่งที่คนเคยเห็นจนชินตากลับคืนไป จนสิ่งๆนั้น กลายเป็นของหาดูได้

ยาก"

มันน่าจะจริง...

เพราะเท่าที่ฉันสังเกตแล้ว

ตั้งแต่โรคซาร์ส โรคไข้หวัดนก มาจนถึงไข้หวัดใหญ่ 2009 ล้วนเป็นภัยคุกคามที่เราต่างไม่เคยแม้

กระทั่งคิดมาก่อน ว่าจะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้

ในขณะเดียวกัน ฉันเคยรู้สึกขำปนประหลาดใจ ที่เห็นลูกสาวตัวเล็กๆของคนรู้จัก ตื่นเต้น ลุกขึ้น

กระโดดเร่าๆ เมื่อเห็นควายเดินอยู่ในนา ขณะที่รถแล่นผ่าน

ปัจจุบันนี้ "ควายกลายเป็นสัตว์หาดูได้ยาก" ไปแล้ว โปรดเชื่อ!! (ไม่เกี่ยวกับการอุปมา-อุปไมยใดๆ

ทั้งสิ้น) ทั้งๆที่เมื่อก่อน เมืองเกษตรกรรมเช่นประเทศไทย เป็นที่รู้ๆกันว่า เต็มไปด้วยควาย เพราะ

เป็นสัตว์ที่ต้องใช้แรงของมันเพื่อทุ่นแรงของคน

โลกนี้มัน...ตาลปัตรจริงๆ ว่ามั๊ยคะ!!

 

_______________________________________________________________________

ปล.ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพด้วยค่ะ

ปล2.ได้ยินคนพูดกันว่าเพราะโลกมันร้อน ยุงเลยบินได้สูงขึ้น อันนี้เป็นเรื่องจริงเหรอคะ ผู้รู้ช่วยแจก

แจงที!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 21 May 2009 15:20:52 by NICs Gallery

edit @ 21 May 2009 15:21:37 by NICs Gallery

Comment

Comment:

Tweet

ยุงบินสูงได้จริง อยู่ชั้นห้ามันยังบินมาถึง เหอๆ

#6 By อามะคุง on 2009-07-01 02:14

มีโรคใหม่ขึ้นทุกวัน big smile

#5 By PunPrai on 2009-05-27 17:01

จริงๆ ถ้าเป็นหวัดปกติอยู่ร่วมกับคนอื่นก็ควรไปหาหมออยู่แล้ว...

ดูข่าวเขาว่าโรคใหม่ๆ แต่ก่อนอยู่กับสัตว์ป่า แต่ถูกคนรุกราน
พื้นที่อาศัยมันเลยแพร่สู่คน

#4 By wesong on 2009-05-21 23:53

น่ากลัวขึ้นทุกวันเลยเนอะ
ในอนาคตเราคงต้องผจญภัยกับโรคร้ายหน้าใหม่แบบไม่รู้จบ

#2 By Meowzilla Zilla on 2009-05-21 21:02

สถานการณ์เดือดร้อนแท้ๆเลยนะครับนั่นsad smile
ดีแล้วที่เพื่อนไม่เป็นไรครับ
ปล. จริงๆครับยุงเยอะเป็นผลจากโลก(โรค)ร้อน ครับ
แต่ไม่ใช่บินได้สูงขึ้นนะครับ แต่แผ่ขยายอณาเขตขึ้นไป
ทางเหนือครับ เพราะว่ายุงจะมาจากความร้อน+ฝนครับ
เมื่อพื้นที่ตอนบนซึ่งเคยหนาวเย็นอุณภูมิสูงขึ้น ยุงก็เริ่ม
บุกเข้าไปล่ะครับ

#1 By XEGXEF on 2009-05-21 15:56