ณ...ริมฝั่งน้ำ (จบ)

posted on 22 Jul 2008 18:26 by nics-gallery  in memorylane

 

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ" คุณหมอกล่าวทักทาย

อ้อนแอ้นพยักหน้ารับคำ ก่อนถามนั่นถามนี่ต่ออีกสองสามประโยค

สิตางค์ลอบมองรอยยิ้มละมุนของคนตรงหน้าบ่อยครั้ง มีบ้างเหมือนกันที่ต้องหันไปทางอื่นแก้เก้อเมื่ออีกฝ่ายทำหน้ากรุ้มกริ่มเหมือนจับความรู้สึกได้ หญิงสาวสัมผัสได้ถึงความเป็นมิตรของคนที่เพิ่งพบหน้า หากแต่ก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่เช่นกัน นั่นอาจเป็นเพราะเขาซุกซ่อนมันไว้ไม่ดีพอ หรือบางทีเขาอาจต้องการให้รู้อย่างเปิดเผยก็เป็นได้ 

"ตางค์ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊ปนึงนะคะ"

สิตางค์ เอ่ยบอกอ้อนแอ้นและคุณหมอที่กำลังคุยเรื่องราวในต่างประเทศกันอย่างออกรส

ความตื่นเต้นที่มีติดตัวมาแต่แรกค่อยๆระเหิดระเหยไปทีละน้อย ทว่าถูกแทนที่ด้วยความสับสนบางประการที่ชวนให้เธอนึกขำ แทนที่จะรู้สึกเสียดายความคาดหวังที่เกิดขึ้นในวันวาน

"เห็นทีเขาจะสนใจอ้อนแอ้นแฮะ" หญิงสาวกลั้นหัวเราะเอาไว้เมื่ออยู่เมื่อยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ

"ท้ายที่สุดสิ่งที่เราคิดว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ มันก็กลับมาเป็นเรื่องบังเอิญอีกจนได้ บังเอิญจังๆ" สิตางค์พึมพำกับตัวเองก่อนเดินออกจากห้องน้ำไป เสียงติ๋งๆของหยดน้ำที่ดังติดหูมาจากห้องน้ำ ดังขึ้นๆเรื่อยๆแทนที่จะเบาลง หรือนี่คือจังหวะความคิดที่กระเพื่อมอยู่ในสมองตลอดเวลา

"เป็น ไม่ได้เป็น เป็น ไม่ได้เป็น เป็น ไม่ได้...เป็น เป็นมั๊ง ไม่สิ หรือว่าใช่แน่ๆเลย"

-----------------------

              คุณหมอยังคงคุยเฮฮาหัวเราะสนุกสนาน อ้อนแอ้นที่มีท่าทีขวยเขินในตอนแรก เวลานี้กลับพูดเป็นต่อยหอย สิตางค์นั่งลงช้าๆที่เก้าอี้ตัวเดิม สายตาจ้องมองว่าเขากำลังจดอะไรอยู่

"ที่อยู่อ้อนแอ้นเรียบร้อย กลับถึงที่โน่นแล้ว ถ้าว่างผมจะส่งโปสการ์ดมาหาทั้งสองคนนะครับ"

"อ๋อ ค่ะๆ" สิตางค์ยิ้มเจื่อนๆ

"ไว้ว่างๆ ก็จะส่งไปบ้างเหมือนกัน" อ้อนแอ้นเสริมขึ้นพร้อมยิ้มเริงร่า

บทสนทนายังคงดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ ก่อนทั้งสามคนจะบอกลากัน สิตางค์และอ้อนแอ้นยืนมองเขาเดินห่างออกไปจนลับตา ก่อนเดินไปขึ้นเรือข้ามฟากกลับท่าพระจันทร์ สิตางค์หันมองทั้งสองฝั่งสลับไปมา ขณะที่เรือค่อยๆเคลื่อนทิ้งห่างจากท่าวังหลังออกมาเรื่อยๆจนเกือบถึงกลางแม่น้ำ เธอคิดในใจว่าผู้คนมากมายที่กำลังเดินสวนไปมา กระทั่งนั่งเรือสวนกันในแต่ละวันนั้น จะมีสักกี่คนที่ได้รู้จัก ได้เป็นเพื่อนกัน หรือถ้าเป็นเช่นนั้นก็คงจัดว่าเป็นเรื่องบังเอิญเหนือความคาดหมายไปมากทีเดียว เพราะขนาดคนที่ตั้งใจมาพบเจอกัน ก็ยังไม่มีทางได้รู้จักกันจริงๆไม่ได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน ด้วยอุปสรรคมักก่อตัวเป็นกำแพงสูงกั้นไว้ไม่ให้ได้เห็นในสิ่งที่อยากเห็นอยากรู้อยู่เสมอ เช่นเขาวันนี้ กำแพงอุปสรรคที่เธอมองเห็นเด่นชัด มันช่างยากยิ่งแก่การทลายทิ้ง ทำได้เพียงยืนมองความแปลกตา ความลึกลับในสถาปัตยกรรมชิ้นนั้นแบบห่างๆ

"คือ คุณหมอเค้า เป็นเกย์ว่ะตางค์" อ้อนแอ้นพูดขึ้น

"อื้อ พอจะรู้" สิตางค์ตอบยิ้มๆ

"แต่ก็ดีนะ ได้เพื่อนใหม่ยังไงล่ะ" คนพูดหัวเราะร่า

"นั่นสิ เพื่อนชั้นดีซะด้วย การศึกษาดี นิสัยดี เป็นกันเอง ตางค์ต้องกลับไปขอบคุณโปสตการ์ดซะหน่อยแล้วที่ทำให้ได้เจอคนดีๆ"

"ก่อนอื่น ขอบคุณแม่น้ำเจ้าพระยากับเรือข้ามฟากก่อนดีมั๊ยถ้าไม่มีสองอย่างนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้เจอ" อ้อนแอ้นท้วงติดตลก

"อื้ม นั่นสิ แม่น้ำเจ้าพระยา แต่ละวันนำพาผู้คนตั้งมากมายให้ได้มาเจอกัน บางคนได้รู้จักกัน แต่สำหรับบางคนแค่เดินสวนทางกัน แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีก"

"โห อารมณ์ศิลปินอีกแล้วนะ สิตางค์" เพื่อนสนิทกระเซ้า พลางดึงผ้าพันคอออก ซุกลวกๆไว้ในกระเป๋าถือ

เรือเข้าเทียบท่าพระจันทร์ ผู้คนต่างมุ่งหน้าไปยังทิศทางในใจของตน หญิงสาวหันซ้ายแลขวาเหมือนมองหาใครสักคน........คนที่คล้ายกับความว่างเปล่า ทว่ายามเย็นเช่นนี้ยากนักที่จะเจอกับใครคนนั้น เพราะถนนทั้งสายอัดแน่นไปด้วยฝูงหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมให้เดินทางกลับบ้าน คนแล้วคนเล่า ก้าวฉับๆเดินผ่านไป แล้วไหนล่ะ...ความว่างเปล่าที่เธอมองหา

"ในใจของเธอนั่นไง" หญิงสาวหยุดกึก เมื่อได้ยินเสียงหนึ่งกะซิบกระซาบในโสตประสาท ทว่าไม่นานก็ก้าวเท้าเดินตามเพื่อนไป ไหลไปตามวัฏจักรของเวลาเฉกเช่นผู้คนรอบกาย เฉกเช่นหุ่นยนต์เหล่านั้น

-----------------------

          ในวันว่าง กับมุมเดิมๆ ตรงโต๊ะตัวเดิมที่ท่าพระจันทร์ หญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสือท่ามกลางเสียงเดิมๆที่เคยได้ยิน ชีวิตหมุนเวียนสู่ความซ้ำซากที่เธอคุ้นชินอีกครั้ง บนโต๊ะมัหนังสือวางอยู่เพียงเล่มเดียว หน้ากลางๆเล่ม มีโปสการ์ดรูปเด็กฝรั่งตัวเล็กๆกำลังทำหน้าบูดบึ้ง เสียบคั่นอยู่ เธอเปิดออกและหยิบมันออกมาอ่านทั้งที่เคยอ่านแล้วรอบหนึ่ง

"สวัสดี สิตางค์ ผมกลับถึงเชคได้สักพักนึงแล้วล่ะ

ดีใจมากที่ได้เป็นเพื่อนกัน และก็ขอบคุณมากนะครับ

ที่ทำให้ผมรู้จักกับอ้อนแอ้นในวันนั้น"

          อ่านจบเธอวางมันลงบนโต๊ะ แล้วหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาอ่านแทน เมื่อแสงแดดอ่อนๆถูกแทนที่ด้วยสายลมเย็นเป็นระยะๆ ลมที่กระพือพัดแรงในบางช่วง ได้พัดพาโปสการ์ดใบนั้นร่วงหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เมื่อเหลียวมองอีกทีบนโต๊ะเหลือเพียงความว่างเปล่า เธอพยายามมองหาอยู่หลายครั้ง และเมื่อไม่เจอจึงได้ข้อสรุปเดี๋ยวนั้นว่า มันหายไปแล้วจริงๆ

-----------------------

            เสียงมอเตอร์ไซด์ดังอยูหน้าบ้าน หญิงสาวแหวกม่านหน้าต่างออกไปดู เห็นลุงบุรุษไปรษณีย์กำลังหย่อนบางอย่างคล้ายจดหมายลงในกล่องรับ จึงเดินออกไปสำรวจเหมือนทุกครั้ง ในกล่องสีแดงที่คุ้นเคยมีโปสการ์ดสอดอยู่ใบหนึ่ง สิตางค์ขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัยเมื่อสายตาไล่ไปสะดุดกับชื่อผู้ส่งที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน หญิงสาวเริ่มอ่านข้อความที่ปรากฏอยู่บนโปสการ์ดใบนั้นช้าๆ ลายมือบรรจงอ่านง่ายเขียนมาบอกว่า

"ด้วยความบังเอิญ

ที่ท่าพระจันทร์

ผมเห็น...

โปสการ์ดใบนึงตกอยู่

ในนั้นมีชื่อของคุณ

ผมจึงเขียนมา

ยินดีที่ได้รู้จักครับ...พระจันทร์"

_____________________________________________________________

 

 

 

****ภาพจาก http://wareekarn.jomyutnoi.com

****อัพช้ามากๆ เพราะนิคเพิ่งสอบเสร็จค่ะ

****สิตางค์ หมายถึง พระจันทร์

****คิดเหมือนกันมั๊ยคะ ว่าชื่อเรื่องมันไม่ค่อยเวิร์ก 55 ช่วยกันคิดชื่อเรื่องใหม่หน่อยสิ ลองดูนะคะ!!!!

"

"

"

v

ส่วนอันนีเค้าฝากมาประชาสัมพันธ์ค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 29 Jul 2008 18:27:49 by NICs Gallery

edit @ 13 Feb 2009 11:32:53 by NICs Gallery

edit @ 13 Feb 2009 11:33:19 by NICs Gallery

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เดี๋ยวขอกลับไปอ่านตั้งแต่แรกก่อนนะครับsad smile
มิตรภาพไร้พรหมแดนwink

#3 By ภูริ on 2008-07-29 06:46

"จากจันทร์ ถึงจันทร์" ^-^
ชอบอันตอนจบ ง่ะ



"ด้วยความบังเอิญ

ที่ท่าพระจันทร์

ผมได้เจอ

โปสการ์ดใบนึงตกอยู่

ในนั้นมีชื่อของคุณ

ผมจึงเชียนมา

ยินดีที่ได้รู้จักครับ

พระจันทร์




โอ้ว



เด๋วต้องกลับไปอ่านแต่ต้นแระ



นี่แต่งเองหรือคับ?



ส่วนอันนี้ตอบจากบล็อกผม


ก็ คิดอยู่ กลัวว่าจะเป็นตามเพลงๆๆๆๆ

#5 By Ĵ€Jǽ ЙãļŦ МIĈĦ on 2008-07-29 08:36

แน่ะ! แอบเปลี่ยนบทเฉยเลย55
แวะมาช่วยคิดชื่อเรื่องนะ
เอาชื่อที่คล้ายๆของเดิมดีมั๊ย
แค่เปลี่ยนเป็นประมานว่า
"ณ...ริมฝั่งน้ำ" อะ
แต่อาจไม่ค้องเปลี่ยนก็ได้
บางทีความคิดแรกนั่นแหละคือสิ่งที่ดีที่สุด
ปล.ทักษะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆเลยนะน้องนิคกี้ open-mounthed smile
แต่อย่าลืมพยายามสำหรับเรื่องต่อไปล่ะคับ

#6 By กรณ์ on 2008-07-29 10:09

จบได้หักมุมดีครับ ..

แต่ชอบที่เหมือนทิ้งบางอย่างค้างเอาไว้ ..

ให้คนอ่านได้เก็บไปคิดฝันต่อเองตามจินตนาการ ..

big smile

#7 By แรงใจไฟฝัน on 2008-07-29 10:56

ขอซื้อลิขสิทธิ์ไปทำหนังสั้นได้มั้ย

อิอิ

กว่าจะจบรอกันเกือบเดือน

ที่คิดมาผิดหมด หมอกลายเป็นเกย์ซะงั้นsad smile

จบได้หักมุมมาก

แอบกัดป่าวนิ อิอิ (ล้อเล่นๆ)

question question Hot!

#8 By อามะคุง on 2008-07-29 11:08

โอ้ว จบแบบผิดคาดแฮะconfused smile

#9 By V@R on 2008-07-29 11:26

ว้า จบซะแล้ว ถ้ามีตอนต่อไปสงสัยจะลุ้นน่าดูว่า..

พระจันทร์นี่จะใช่เกย์ อีกหรือปล่าวน้า...
ปลสุดท้ายก็ Happy Ending

#10 By นาย ช บ า on 2008-07-29 13:56

Hot! Hot! อะโห จบได้แบบหักมุมดีจังเลยค่ะ เป็นเรื่องสั้นที่อ่านเพลินๆ อมยิ้ม เขียนได้ดีมากๆ
ชอบประโยคนี้ "เพราะขนาดคนที่ตั้งใจมาพบเจอกัน ก็ยังไม่มีทางได้รู้จักกันจริงๆไม่ได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน" big smile

แอบตั้งชื่อเรื่องด้วยคน


สายนทีแห่งรัก เป็นงัยคะ 55555 อิอิ

#11 By vanilla_sky on 2008-07-29 14:54

ทีแรก ผมนึกว่า สงสัย สนพ.แจ่มใส มาเอง เลยลดความน่าติดตามของตัวเอง
ไปนิดหนึ่ง แต่พออ่านจบ ถือว่า ดีเลย
เขียนได้น่าสนใจดีครับ big smile

#12 By tiew@fine on 2008-07-29 17:33

อ่านแล้วยิ้มได้ในตอนท้าย

จบเก๋ดีค่ะ big smile
โอ๊ะ สนุกดีเหมือนกันฮะ อ่านจบแล้วนะตามสัญญาครับ

เห็นด้วยกับ#7 By แรงใจไฟฝัน มีแอบทิ้งอะไรคิดตามด้วย คริๆ

เขียนอีกนะครับ จะรออ่านbig smile
"อื้ม นั่นสิ แม่น้ำเจ้าพระยา แต่ละวันนำพาผู้คนตั้งมากมายให้ได้มาเจอกัน บางคนได้รู้จักกัน แต่สำหรับบางคนแค่เดินสวนทางกัน แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีก"

ชอบประโยคนี้ แล้วก็ชอบตอนจบbig smile
ตกลงเป็นแบบนี้นี่เอง..sad smile

โปสการ์ดถึงพระจันทร์...big smile
เคหวัตถุ และ วรรณกรรมตกสระ เป็น 1 ใน 9 เล่ม รอบสุดท้ายของปีนี้ (น่าจะทราบแล้ว)

http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K6777964/K6777964.html

ของผมที่จริงเป็น 14 เล่ม คือ มีกระทบไหล่เขา ฉบับ พิมพ์ใหม่ ของ ปราบดา แต่ไม่ถ่ายรูปมา เพราะเก็บไว้ในล็อกเกอร์ ก็เลย แค่ 13 เล่ม(แค่อยากเล่าให้ฟังเฉยๆ)

#17 By tiew@fine on 2008-07-30 22:17

แอบโรแมนติคเล็กๆ

#18 By Am not the supersTaR~* on 2008-07-31 13:49

big smile

#19 By s i n on 2008-07-31 17:05

เพิ่งเจอบล๊อกนิค แง้วๆ
จันทร์เองจ้า จำได้ป่าวนิ (แฝดเฟิร์นๆ ฮาๆ)
ตามมาอ่านจ้า
นิคแต่งได้ลื่นไหล อ่านสนุกมากๆอ้ะ
ไม่ได้อ่านตั้งแต่ตอนแรก แต่สงสัยต้องไปขุดมาอ่านซะแระ ชอบๆๆๆcry

ละครอะไรอ้ะ น่าดูจังงงงงง ว้ายๆ (หน้าม้า ก๊ากกก)double wink

#20 By LUNAR*LUNATIC on 2008-08-01 21:00

ขอบคุณทุกๆคนนะคะที่เข้ามาอ่าน
ฝนตกอีกแล้ว
อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วนนะคะ
เดี๋ยวเป็นหวัด
big smile

#21 By NICs Gallery on 2008-08-01 22:54

big smile big smile น่าสนใจ ขอเวลาอ่านก่อนนะครับ แหะแหะ

#22 By CHABADANG on 2008-08-02 13:09

หายไปไหนครับquestion
ว้ายยย จบน่ารักอ่ะ

แอบหวานกว่าที่คิด


ตอนแรกนึกว่าจะหักมุมแค่หมอเป็นเกย์


พอเจอแบบนี้ล้วยิ้มออกเลยแฮะ

#24 By zukim (124.121.180.116) on 2008-08-03 20:02

ฮ้าๆๆสรุปเป็นเกย์Hot!

#25 By khom on 2008-08-13 07:28