ณ...ริมฝั่งน้ำ (๑)
posted on 15 Jul 2008 10:17 by nics-gallery in memorylane
สายนทีแห่งนี้ นำพาผู้คนมากมายมาบรรจบพบเจอ
แต่คงไม่ใช่เธอและเขา.......ไม่ใช่
___________________________________________________________________
แสงตะวันเรืองรองของยามเช้าทอทาบผิวน้ำ เกิดประกายวิบวับพาดผ่านช่วงคลื่นเล็กๆในแม่น้ำสายหลัก สองฟากฝั่ง ผู้คนสัญจรไปมาต่างก้าวไปข้างหน้าตามจังหวะเข็มวินาทีที่ปรากฏอยู่บนหน้าปัดนาฬิกา ราวกับหุ่นยนต์ นับร้อย นับพันตัว กำลังสาวเท้ายาวๆก้มหน้างุดๆเดินไปสู่จุดหมายของตน ไม่มีใครสนใจใคร..ไม่มีใครยิ้มให้กัน
ท่ามกลางเสียงดังโหวกเหวกของคนมากหน้าหลายตาแถบท่าพระจันทร์ สิตางค์กำลังซุกตัวอยู่ตรงมุมหนึ่งที่มีโต๊ะตัวเล็กๆวางอยู่ บนโต๊ะนอกจากแก้วน้ำเย็นชืดแล้ว ยังมีหนังสืออีกสองสามเล่มวางอยู่ เล่มหนึ่งเปิดหราตรงหน้าหญิงสาว สายตาเธอไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ตัวอักษรในหน้าหนังสือนั้น ทว่ากำลังเหม่อมองสายน้ำเบื้องล่าง
เธอกำลังมองเงาที่เต้นระริกอยู่บนพื้นน้ำ พลางคิดในใจว่า "เงาเหล่านั้นมันช่างพลิ้วไหวคล้ายมีชีวิต"
หรืออย่างน้อยก็แลดูมีชีวิตชีวามากกว่าผู้คนรอบกายในเวลานี้ ผู้คนที่ผูกทุกลมหายใจไว้กับความรีบเร่งตลอดกาล...
เรือข้ามฟากจากท่ารถไฟเคลื่อนตัวเข้าเทียบท่าพระจันทร์ช้าๆ ผู้โดยสารก้าวข้ามมาอยู่บนโป๊ะทีละคนสองคน สลับกับผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วนั่งเรือข้ามฟากจากท่าพระจันทร์ไปยังฝั่งตรงข้าม จนทำให้แท่นคอนกรีตลอยน้ำนี้โคลงไปโคลงมา...โคลงไปโคลงมามาเหมือนหัวใจของหญิงสาว ณ เวลานี้
"ซ้มเมอร์นี้ ผมจะกลับไปฝึกงานที่ศิริราช เราน่าจะหาโอกาสมาพบกันนะ"
เธอหวนนึกถึงข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือขยุกขยิก มันประทับอยู่บนในไปรษณียบัตรใบสุดท้ายที่เขาร่อนข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากอีกซีกโลกหนึ่ง ความลังเลใจเกิดขึ้นทุกทียามหันมองเรือข้ามฟาก เกิดขึ้นแล้วจบลงพร้อมเสียงลอบถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ความคิดในหัวขัดกันไปมา ในหนึ่งเธอนึกอยากซื้อตั๋วก้าวขึ้นเรือไปให้รู้แล้วรู้รอด ทว่าใจหนึ่งกลับยื้อยุดสุดทัดทานเช่นกัน
"ผมกลับมาเมืองไทยได้เดือนกว่าแล้ว งานที่โรงพยาบาลยุ่งมากๆเลยไม่ได้ติดต่อ นี่เบอร์ผมนะครับ...08x-XXXXXXX "
สิตางค์นึกถึงข้อความในอีเมล์ที่เขาส่งมาเมื่อหลายวันก่อน หญิงสาวทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าถือ ค้นหาหาเบอร์ใครคนหนึ่งแล้วกดปุ่มโทรออก
"ฮัลโหล อ้อนแอ้นวันนี้พอจะว่างรึเปล่า ไปศิริราชเป็นเพื่อนกันหน่อยสิ" เธอถามคนปลายสาย
"ไปธุระน่ะ ไปได้รึเปล่าจ๊ะ"
"อ้อ ได้สิได้ๆ พรุ่งนี้ก็ได้ เจอกันที่ท่าระจันทร์นะ ตางค์จะรออยู่ที่นั่น"
"จ้ะๆ โอเคๆ ขอบใจมากนะ"
วางสายจากเพื่อนชาย(กึ่งสาว)แล้ว หญิงสาวอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ ด้วยเธอเริ่มมีความหวังเล็กๆเกิดขึ้นในหัวใจ ความหวังที่จะได้พบเจอกับคนที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนทว่ารู้สึกผูกพัน คนที่เคยเห็นเพียงลายมือขยุกขยิกผ่านทางไปรษณียบัตรหลายสิบใบที่ส่งมาจากต่างประเทศ เธอคิดว่าแม้นการได้รู้จักเขาจะดูเป็นเรื่องบังเอิญ แต่คงมีไม่กี่คนบนโลกนี้ที่พยายามมองเรื่องบังเอิญให้เป็นเรื่องมหัศจรรย์...แต่เธอมอง เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ไม่น้อย
หากแต่รอยยิ้มสดใสเมื่อสักครู่ ค่อยๆจางหายไปเมื่อความลังเลใจเวียนกลับมาอีกครั้ง เธอนึกลังเลที่จะโทรไปหาเขา ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอย่างไร อธิบายด้วยคำพูดแบบไหน มันช่างเป็นเรื่องยากลำบากเสียจริง...
"ไว้คืนนี้ค่อยคิด" เธอพูดยิ้มๆ
เสียงพูดคุยจอแจ เสียงเด็กร้องไห้จ้าดังมาจากทางหนึ่ง แทรกเสียงเรือเมล์ที่ดังอยู่ใกล้ๆ เรือเข้าเทียบท่าลำแล้วลำเล่า เป็นเรื่องเดิมๆซ้ำๆรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ ผู้คนกรูกันลง กรูกันขึ้นจน โป๊ะโคลงเคลง บัดนี้มันโคลงเคลงมากกว่าใจของเธอเสียแล้ว หญิงสาวก้มมองผืนน้ำอีกรอบ วงน้ำกระเพื่อมออกกระจายเป็นวงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมองเห็นเงาตัวเองในนั้น เงาที่มีชีวิตชีวากว่าเก่า........
สิตางค์จัดแจงเก็บหนังสือบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว.....ก่อนกลับดวงตากลมสวยมองไปยังเรืองข้ามฟากกลางแม่น้ำอีกครั้ง มองเลยไปถึงอีกฟากฝั่งของแม่น้ำ แม้ไม่ชัดเจนแต่เห็นผู้คนพลุกพล่านอยู่ไกลๆ
".........หนึ่งในนั้นจะเป็นเขามั๊ยนะ"
_________________________________________________________________
**เพื่อนที่อ่านจบทั้งเรื่องแล้ว มาวิจารณ์กันใน msn นะคะ(เพราะอันนี้ยังไม่จบ)
**ยังมีต่อนะคะ แต่กลัวว่าอัพยาวๆกลัวว่ามันจาน่าเบื่อน่ะค่ะ
**ปกติเขียนเรื่องความรักไม่เป็น พอเขียนแล้วมันเลยออกมาแบบปะแล่มๆหน่อยๆ
**เจอกันอีกทีหลังสอบมิดเทอมเน่อพ่อแม่พี่น้อง(ในชมรม55) ช่วงนี้กำลังฝ่าวิกฤต มิดเทอมเทสต์ค่ะ
**ขอบคุณข้อมูลสองฝั่งน้ำ จากคุณอ้อยน๊า ที่ช่วยกรุณาเด็กบ้านนอกอย่างนิค
(พอดีเรียนรังสิตแคมปัส เลยโง่เรื่องแถวท่ามากๆ)
edit @ 21 Jul 2008 00:09:09 by NICs Gallery
edit @ 13 Feb 2009 11:37:02 by NICs Gallery
ถ้าเราไม่คาดหวังมากมาย เกินตัว
เสียดายเล่น msn ไม่เป็น
#1 By tiew@fine on 2008-07-15 22:17